การบัญชีและการวางแผนการเงินของโรงเรียนเอกชน

ดาวน์โหลด เอกสารประกอบ

 

เรื่อง  บัญชีเกี่ยวกับถานศึกษาเอกชน

ถึงแม้ว่าการดำเนินธุรกิจสถานศึกษาเอกชนจะเห็นไม่ชัดเจนว่าเป็นการประกอบธุรกิจเหมือนธุรกิจอื่น ๆ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ให้บริการทางด้านการศึกษา แต่ธุรกิจสถานศึกษาเอกชน ก็ต้องมีการบันทึกบัญชีและต้องการทราบผลการดำเนินงานและฐานะการเงิน เช่นเดียวกัน

จุดประสงค์

  1. ความหมายของสถานศึกษาเอกชน
  2. การจัดตั้งสถานศึกษาเอกชน
  3. วัตถุประสงค์ในการวางระบบบัญชีและประเภทบัญชีของสถานศึกษาเอกชน

ความหมายของสถานศึกษาเอกชน

            สถานศึกษาเอกชนหรือโรงเรียนเอกชน  หมายถึง  ธุรกิจที่ให้บริการความรู้ทางด้านวิชาการ  ประสบการณ์และทักษะ  ในสาขาวิชาต่าง ๆ ในทุกระดับชั้น  โดยมีวัตถุประสงค์ในบริการทางด้านการศึกษาและแสวงหากำไร

การจัดตั้งสถานศึกษาเอกชน

          การจัดตั้งสถานศึกษาหรือโรงเรียนเอกชนแบ่งออกเป็น  2  ลักษณะ  คือ

  1. ในระบบ  ซึ่งจะแบ่งออกเป็น  3  ประเภท  คือ

-          โรงเรียนก่อนประถมศึกษา

-          โรงเรียนประถมศึกษา/มัธยมศึกษา

-          โรงเรียนอาชีวศึกษา

  1.    นอกระบบ  ซึ่งจะแบ่งออกเป็น  2  ประเภท  คือ

                            -  โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม

                             -   โรงเรียนกวดวิชา

 

                ในการจัดตั้งสถานศึกษาเอกชน   จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน  พ.ศ.  2525  และตามกฎระเบียบของสำนักงานบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน  หรือเรียกสั้น  ๆ  ว่า  สช.  การจัดตั้งสถานศึกษาเอกชนหรือโรงเรียนเอกชน  มีขั้นตอนดังนี้

  1. ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน  ซึ่งจะจัดตั้งในรูปแบบบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้  โดยใช้แบบคำขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียน (สช.1) พร้อมแนบเอกสารที่เกี่ยวข้องและยื่นต่อ  สช.  หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียนตั้งอยู่
  2. ขอรับรับใบอนุญาตให้เป็นผู้จัดการ  โดยใช้แบบคำขอรับในอนุญาตให้เป็นผู้จัดการ  สช.4
  3. ขอรับใบอนุญาตให้เป็นครูใหญ่  โดยใช้แบบคำขอรับใบอนุญาตให้เป็นครูใหญ่ (สช.7)  และขอรับใบอนุญาตให้เป็นครู  โดยใช้แบบคำขอรับใบอนุญาตให้เป็นครู (สช.10)
  4. ทำสัญญาการเป็นครูใหญ่และครู  โดยใช้แบบสัญญาการเป็นครูใหญ่และครู

วัตถุประสงค์ในการวางระบบบัญชีและประเภทบัญชีของสถานศึกษาเอกชน

          วัตถุประสงค์ในการวางระบบบัญชี

  1. เพื่อแสดงรายรับ  รายจ่าย  ระหว่างปีการศึกษาของโรงเรียนเอกชน  โดยเริ่มตั้งแต่วันที่  1  พฤษภาคม  -  วันที่  30  เมษายน  ปีถัดไป
  2. เพื่อแสดงผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของโรงเรียนเอกชน
  3. เพื่อเป็นหลักฐานในการอ้างอิงและให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้

เอกสารประกอบการบันทึกบัญชี

          เอกสารประกอบการบันทึกบัญชี  แบ่งออกเป็น  2  ประเภท  คือ

  1. เอกสารภายใน  หมายถึงเอกสารที่สถานศึกษาจดทำขึ้นเอง เช่น  ใบเสร็จรับเงิน ใบสั่งซื้อ
  2. เอกสารภายนอก  หมายถึง  เอกสารที่สถานศึกษาได้รับจากบุคคลภายนอก  ทั้งที่เกิดจากกการจ่ายเงินแล้วและยังไม่ได้จ่ายเงิน  เช่น ใบเสร็จรับเงิน  ใบแจ้งหนี้  เป็นต้น

 

สมุดบัญชีที่ใช้และการบันทึกบัญชี

          สมุดบัญชีที่ใช้  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน  หรือ  สช.  ได้กำหนดสมุดบันทึกบัญชีและรายงานต่าง ๆ ที่สถานศึกษาเอกชนจะต้องจัดทำขึ้น  คือ

  1. สมุดเงินสด
  2. สมุดรายวันทั่วไป
  3. บัญชีแยกประเภท
  4. งบทดลอง
  5. รายงานการเงิน

งบการเงิน

            การจัดทำงบการเงินของสถานศึกษาเอกชนจะคล้ายกับธุรกิจอื่น ๆ จะแตกต่างกันก็ตรงที่รอบระยะเวลาบัญชีหรืองวดบัญชี  จะยึดเอาปีการศึกษาเป็นหลักคือเริ่มตั่งแต่วันที่  1  พฤษภาคม  และสิ้นสุดวันที่  30  เมษายน  ของปีถัดไป  งบการเงินของสถานศึกษาเอกชนจะประกอบด้วยงบ  2  งบ  คือ

  1. งบรายได้และค่าใช้จ่าย  เป็นงบที่แสดงผลการดำเนินงานในรอบระยะเวลาบัญชีหรืองวดบัญชีหนึ่ง ๆ (ปีการศึกษา) รายการที่รากฎในงบรายได้ค่าใช้จ่ายประกอบด้วยรายได้และค่าใช้จ่าย

ถ้ารายได้  มากว่า  ค่าใช้จ่าย  แสดงกำไรสุทธิ

ถ้ารายได้  น้อยกว่า  แสดงว่าขาดสุทธิ

  1. งบดุล  เป็นงบที่แสดงฐานะการเงิน  ณ  วันใดวันหนึ่ง  รายการที่ปรากฏในงบดุลประกอบ  สินทรัพย์  หนี้สิน  และส่วนของเจ้าของ (ทุน)

การทำประมาณการรับรับ – รายจ่าย

         

 *ความหมายของประมาณการรายรับ – รายจ่าย

          ประมาณการรายรับ – รายจ่าย  คือ  การประมาณรายรับและรายจ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นไว้ล่วงหน้า

       

 *วัตถุประสงค์ในการทำประมาณการรายรับ – รายจ่าย

          การทำประมาณการรายรับ – รายจ่าย  มีวัตถุประสงค์  ดังนี้

  1. เพื่อให้ทราบรายรับ – รายจ่าย  ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นล่วงหน้า
  2. เพื่อวางแผนให้มีรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นเพียงพอกับรายรับที่จะเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกัน
  3. เพื่อวางแผนในการเพิ่มรายรับ  กรณีที่มีความจำเป็น  เช่น  การขอรับบริจาค  การขอเงินอุดหนุนเพิ่มเติม  การกู้เงินจากสถานบันการเงิน  เป็นต้น
  4. เพื่อวางแผนในการบริหารเงินที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสถานศึกษา

 

วิธีการทำประมาณการรายรับ – รายจ่าย

ประมาณการรายรับ – รายจ่ายแบ่งออกเป็น  2  ระยะ

  1. ระยะสั้น  เป็นประมาณการรับ – รายจ่าย  ล่วงหน้า  1  ปีการศึกษา  โครงการที่จะจัดทำเป็นโครงการเล็ก ๆเช่น  โครงการขยายห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
  2. ระยะยาว  เป็นประมาณการรับ – รายจ่าย  ล่วงหน้าเกิน  1  ปีการศึกษาโครงการที่จะจัดทำเป็นโครงการใหญ่ ๆ  เช่น  โครงการก่อสร้างสมาคมศิษย์เก่า

สรุปโดย เจษบดินทร์ เสือคำ